| |
ความหอมหวนและภูมิปัญญาแห่งชาเกาหลี |
|
|
| |
ได้มีการกล่าวกันว่า
ชาจะช่วยเพิ่มความน่าอภิรมย์แก่ประสาทสัมผัสทั้งห้า ซึ่งได้รับแรงกระตุ้นจากเสียง
อันยากที่จะหยั่งถึง ของกาน้ำชาที่กำลังเดือด น้ำที่เริ่มเป็นสีเขียวอ่อน
ๆ ที่ซึมซาบออกจากใบชาในน้ำร้อน กลิ่นอันหอมหวน สัมผัสที่อบอุ่นกับทรวดทรงโค้งได้รูป
ของถ้วยน้ำชา และรสชาติอันละเมียดลิ้น เพื่อให้เกิดกลิ่นอันหอมหวนที่สุดและคุณประโยชน์ที่ได้รับจากใบชา
อย่างที่นักดื่มชายอมรับนั้นใบชาใบเดียวกัน ควรจะผ่านขั้นตอนการกลั่นกรองถึงสามขั้นเป็นอย่างน้อย |
|
|
| |
ประวัติศาสตร์ของชาในเกาหลี |
|
| |
ชาเกาหลีทั้งหมดทำจากใบ
หรือก้านชาอ่อนของต้นชาในตระกูล คาเมลเลีย ซีเนนซิส (Camellia
sinensis) ต้นกำเนิดมา จากทางตะวันออกเฉียงใต้ ของจีน และเขตรัฐอัสสัมในอินเดีย
ต้นชาของจีน ที่มีใบเล็กนั้นใช้สำหรับทำชาเขียว และชาอู่หลอง ในขณะที่ต้นชา
ของเขตรัฐอัสสัมจากอินเดีย จะมีใบใหญ่เหมาะสำหรับเป็นชาดำ (ชาฝรั่ง)
ต้นชาของจีน จะมีในเกาหลีมากกว่าต้นชาของอินเดีย ซึ่งเติบโตในความสูงเฉลี่ยที่
60 ถึง 90 ซ.ม.
ตามข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ได้มีการนำชาเข้ามาสู่เกาหลีในปี
ค.ศ. 828 เมื่อคิมแท-เรียม (Kim Dae-ryeom) ทูตซึ่งไปเจริญไมตรีกับจีน
ในยุคการปกครองของกษัตริย์ ฮึง-ด๊อก (Heung-deok) แห่งอาณาจักรชิลลา
(57 ปี ก่อนค.ศ. - ค.ศ. 918) ได้นำเมล็ดชามาจากจีน และทำการเพาะปลูกบนเขาชีริซาน
(Mt. Jirisan) แต่ตำนาน และนิยายพื้นบ้านกล่าวว่า การกำเนิดของชาในเกาหลีนั้น
ย้อนยุคไปก่อนช่วงเวลาตามข้อมูลทางประวัติศาสตร์
พิธีดื่มชาตามประเพณีโบราณเรียกว่า
ดาโด (dado) นั้นได้มีการปฏิบัติกันอย่างแพร่หลาย ในหมู่ชนชั้นสูง
ในยุคชิลลา ได้รับความนิยมกันมากขึ้นอย่างแท้จริง ในยุคราชวงศ์โคเรียว
ที่สืบต่อมา (918-1392) กอร์เยวเป็นราชวงศ์ที่ถือพุทธ และพิธีดื่มชาแห่งสมาธิก็ได้กลายเป็นกิจวัตรประจำวัน
ในหมู่ประชาชน และเป็นพิธีที่ขาดไม่ได้ ในการประกอบพิธีกรรมต่าง
ๆ อันเกี่ยวข้องกับประเทศ บรรพบุรุษ และทางพุทธศาสนา ดังนั้นภาชนะ
และอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับชาอันวิจิตรจึงรังสรรค์ขึ้นในรูปร่าง และขนาดต่าง
ๆ กันไป และภาชนะต่างๆที่ทำจากเครื่องปั้นดินเผายุคโคเรียว ก็ได้ถูกคิดค้นขึ้น
ด้วยการเปลี่ยนยุคมาเป็นราชวงศ์โชซอน (1392-1910) ซึ่งเปลี่ยนศาสนาประจำชาติจากศาสนาพุทธมาเป็นลัทธิขงจื๊อ
ทำให้การบริโภคชาค่อย ๆ น้อยลงไปเช่นเดียวกับพิธีการดื่มชา พิธีดื่มชา
ซึ่งได้มีการปฏิบัติไว้จนถึงวันนี้นั้นถูกอนุรักษ์ไว้ โดยพระสงฆ์
แห่งนิกายเซน และนักปราชญ์วิชาขงจื๊อ ไม่นานมานี้เอง ที่พิธีได้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง
|
|
|
| |
 |
|
|
| |
ทุ่งชาป่าในฮวาแจ-เมียน, ฮาดอง, เคียงซางนัม-โด |
|
|
| |
ทุ่งชาป่าในฮวาแจ-เมียน,
ฮาดอง, เคียงซางนัม-โด (Hwagae-myeon, Hadong, Gyeongsangnam-do)
สภาพอากาศอันอ่อนละไมตั้งตามชื่อ ฮวาแจ (มีความหมายว่า "ดอกไม้บาน"
ซึ่งอ้างถึงนิยายท้องถิ่น ซึ่งดอกไม้จะบานแม้แต่ในช่วงกลางฤดูหนาว)
ประมาณปลายเดือนเมษายน หลังจากที่ดอกเชอรี่ ที่ได้เบ่งบาน แล้วกลับร่วงโรย
บริเวณตามลำธารฮวาแจชอน ช่วงระหว่าง เขตฮวาแจ และวัดซางเกซานั้นต้นชาป่าก็เริ่มแตกกิ่งก้าน
และให้กลิ่นหอมอันน่าอภิรมย์ บริเวณเขตฮวาแจ ซึ่งแม่น้ำซอมจินกังไหลคดเคี้ยว
ไปตามตีนเขา ชีริซานนั้น พื้นดินจะอบอุ่นในช่วงกลางวัน แต่จะเย็นลง
อย่างรวดเร็วใน ยามยันด้วยอากาศแบบภูเขา อันหนาวเย็น ทำให้เกิดการหันเหของอุณหภูมิ
อย่างเด่นชัด
ไอหมอกจากแม่น้ำในยามอรุณรุ่งที่ล่องลอยอยู่รอบๆหุบเขา
และสายฝนกับสภาพผิวดินนั้นสมบูรณ์ เหมาะกับการปลูกชา อย่างที่สุด
ภายในเขตนี้มีการปลูกชา ที่ได้รับการกำหนดมาเป็นพิเศษ ว่าจะถวายเป็น
ของบรรณาการ โดยเฉพาะแก่ราชนิกูลตั้งแต่ยุคโคเรียว จนถึงยุคโชซอน
เทศกาลชาน้ำค้างภูเขาฮาดอง จัดขึ้นบริเวณวัดซังเกซาในเดือนพฤษภาคม
ชื่อสถานที่:
สำนักงานฮาดอง-กุน เบอร์โทร: (055) 880-2751 โทรสาร: (055) 880-2679
วิธีการเดินทาง: โดยรถโดยสารจากสถานีขนส่งนัมบู (Nambu Bus Terminal)
ในโซลไปยังฮาดอง (ใช้เวลา 5 ชั่วโมง) หรือ โดยรถไฟเข้าฮาดองจากสถานีรถไฟโซล
(มีวันละ 2 ขบวน ใช้เวลา 6 ชั่วโมง)
ชุนโซลเฮียนบนเทือกเขามูดึงซานในควางจู
(Chunseolheon on Mt. Mudeungsan in Gwangju)
ใกล้วัดชึงซิมซา (Jeungsimsa Temple) บนเทือกเขามูดึงซาน คือชุนโซลเฮิน
(อนุสาวรีย์ แห่งจังหวัดควางจู หมายเลข 5) ห้องทำงานศิลปะของนักวาดภาพแนวตะวันออกผู้มีชื่อเสียง
เฮียว แบค-เรียน ท่านเฮียวได้สร้างผลงานชิ้นเอกไว้มากมาย ที่นี่ในขณะที่ได้สอนลูกศิษย์ไปในเวลาเดียวกัน
เป็นเวลา 30 ปีกระทั่งวันสุดท้ายในชีวิต ในระหว่างเวลานั้นท่านได้เพาะปลูกพุ่มชาบนมูลดินรอบ
ๆ ห้องทำงานศิลปะของเขา และนั่นคือต้นกำเนิดของชุนซอนลชา (Chunseolcha)
ชาหิมะใบไม้ผลิอันพิเศษแห่งภูมิภาคนี้ในปี 1993 ควางจู ได้กำหนดให้ชุนซอลชาเป็นสิ่งพิเศษ
แห่งควางจู หมายเลข 1
ชื่อสถานที่:แผนกการท่องเที่ยว,
ศาลาว่าการเมืองควางจู
เบอร์โทร: (062) 606-3331
วิธีการเดินทาง: โดยรถประจำทางเมืองควางจูหมายเลข 15, 23, 27,
52 หรือ 555 และลงรถที่วัดซึงซิมซา
|
|
|
| |
 |
|
|
| |
พิพิธภัณฑ์แสดงพิธีดื่มชา |
|
| |
พิพิธภัณฑ์มีการจัดห้องแสดงนิทรรศการ
ศูนย์ให้การศึกษา และพื้นที่จัดนิทรรศการรูปปั้นกลางแจ้ง ซึ่งเป็นอุทยานอันสวยงามแสดงรูปปั้นกลางแจ้ง
100 รูปและบริเวณสนามหญ้าใหญ่ ส่วนกลางซึ่งจะใช้เป็นศูนย์การศึกษาเรื่องชากลางแจ้ง
ที่ยังเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ด้วย ได้แก่สิ่งอำนวยความสะดวกอันหลากหลายเช่น
เฉลียง ลานสำหรับทูโฮ (tuho) (เกมการขว้างลูกศรแบบดั้งเดิม) และทะเลสาบหนึ่งแห่งพิพิธภัณฑ์อยู่ท่ามกลางป่าหนาทึบ
ซึ่งจะได้บรรยากาศและภูมิทัศน์อันงดงาม
เบอร์โทร: (031) 998-1000
วิธีการเดินทาง: โดยรถโดยสารไปเกาะคังฮวาโด ขึ้นที่สถานีขนส่งชินชอนในกรุงโซล
และลงรถที่เคียวฮา-ริ และต่อรถแท็กซี่ไปพิพิธภัณฑ์ใช้เวลา 5 นาที
เวลาให้บริการ: 10.00 - 18.00 น.
วันให้บริการ: (ทุกๆวันเสาร์ อาทิตย์และจันทร์)
ราคาค่าบริการ: 3,000 วอน
|
|
|
| |
พิพิธภัณฑ์ชาพูซาน (Busan
Tea Museum) |
|
|
| |
พิพิธภัณฑ์จัดแสดงโบราณวัตถุเกี่ยวกับชา
ในยุคสามอาณาจักรในโบราณ และในช่วงราชวงศ์โคเรียว และโชซอนรวมทั้งทรัพย์สมบัติประเภทเครื่องปั้นดินเผา
และภาชนะเครื่องเคลือบสำหรับใส่ชา แขกผู้มาเยือนจะได้รับการเชิญชวน
ให้เข้าร่วมในพิธีดื่มชาแบบโบราณเรียกว่า ดาโด ที่หอดาโดกวาน (Dadogwan)
ชื่อสถานที่: พิพิธภัณฑ์ชาบูซาน (Busan
Tea Museum) และ ดาโดกวาน (Dadogwan)
เบอร์โทร: (051) 850-3112
และ (051) 850-3085
วิธีการเดินทาง: เดินเท้าไป 10 นาทีจากวิทยาลัยเทคโนโลยีดองกุย
(Dongui College of Technology) ตรงทางออกของสถานีรถไฟใต้ดินยางชอง
โดยรถไฟใต้ดินพูซานสาย 1
เวลาให้บริการ: 9.00 - 17.00 น
วันให้บริการ: ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดราชการอื่นๆ
ราคาค่าบริการ: ฟรี แต่สำหรับหมู่คณะ มีโปรแกรมซึ่งรวมพิธีดื่มชา
ดาโด ของกำนัลชิ้นเล็ก ๆ ทัวร์นิทรรศการ และอื่นๆ นำ เสนอในราคา
15,000 วอน
|
|
|
| |
พิพิธภัณฑ์ชา
โอ ซุลลอค |
|
|
| |
เกาะเชชูได้รับของขวัญจากธรรมชาติ
ให้เป็นที่ปลูกชาชั้นดีรวมทั้งสภาพดินฟ้าอากาศ ฟ้าฝน และผืนดิน
พิพิธภัณฑ์ทรงถ้วยชาแห่งนี้ ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของเกาะเชจูจะจัดแสดงประวัติความเป็นมา
และการผลิตชาและผลิตภัณฑ์ชาเขียวอันหลากหลาย มีห้องสำหรับจัดสัมมนา
และหอชมวิวซึ่งจะได้สัมผัส กับภาพมุมกว้าง ของทุ่งชาที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี
ด้านหน้ามีสวนแบบโบราณเล็ก ๆ ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม
เบอร์โทร: (064) 794-5312
วิธีการเดินทาง: ไม่ง่ายนักที่จะไปพิพิธภัณฑ์โดยระบบขนส่งสาธารณะ
เดินทางโดยรถแท็กซี่อาจจะเป็นการดีที่สุด อย่างเช่น เรียกรถแท็กซี่จากชุงมุนรีสอร์ท
(Jungmun Resort) ไปยังพิพิธภัณฑ์โดยใช้เวลา 20 นาที
เวลาให้บริการ: 10.00-18.00 น.
วันให้บริการ: ปิดวันชูซกและวันปีใหม่ตามจันทรคติ
ราคาค่าบริการ: ฟรี
|
|
|